+66 805 805 005
SET : TICON
Last : THB15.40
Change | % : -0.10|-0.65%
SET : TICON Last : THB15.40 Change | % : -0.10|-0.65%

หน้าหลักนักลงทุนสัมพันธ์

สารจากประธานกรรมการ

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ปี 2560 เป็นปีที่บริษัท ไทคอนอินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการดำเนินการตามแผนกลยุทธ์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันและเตรียมความพร้อมในการขยายธุรกิจต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม ในขณะเดียวกันก็สามารถเพิ่มประสิทธิผลในการบริหารจัดการและการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทฯ มีรายได้ในปี 2560 รวมทั้งสิ้น 2,087 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 482 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ร้อยละ 11 และร้อยละ 73 ตามลำดับ

การเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จาก 1,099 ล้านบาท เป็น 1,834 ล้านบาท โดยให้บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด (FPHT) ซึ่งเป็นกิจการในเครือของ บมจ. เฟรเซอร์ เซ็นเตอร์พอยท์ ที่มีประสบการณ์ในการลงทุนและมีความชำนาญในการบริหารจัดการธุรกิจด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่หลากหลาย รวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมและคลังสินค้าในหลายประเทศทั่วโลก เป็นผู้ซื้อหุ้นเพิ่มทุนทั้งหมด จำนวน 13,230 ล้านบาท และเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2560 ซึ่งนอกจากจะทำให้สถานะทางการเงินของบริษัทฯ เข้มแข็งขึ้นและมีเงินทุนเพียงพอที่จะขยายธุรกิจต่อไปตามแผนงานที่วางไว้แล้ว บริษัทฯ ยังได้รับประโยชน์จากการเข้าร่วมเป็นเครือข่ายของ บมจ. เฟรเซอร์ เซ็นเตอร์พอยท์ ผ่านผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดยสามารถนำองค์ความรู้และประสบการณ์ทางด้านการบริหารจัดการตลาดและนวัตกรรมด้านการออกแบบและก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม และคลังสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะธุรกิจของลูกค้าแต่ละรายหรือ “Built-to-Suit” ซึ่งบมจ. เฟรเซอร์ เซ็นเตอร์พอยท์ ประสบความสำเร็จอย่างสูงในประเทศออสเตรเลีย มาเสริมกับประสบการณ์และความชำนาญในธุรกิจให้เช่าโรงงานอุตสาหกรรมและคลังสินค้าในประเทศที่มีอยู่ ทำให้บริษัทฯ สามารถเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและการให้บริการให้สอดคล้องกับแนวทางและมาตรฐานใหม่ในการดำเนินธุรกิจของลูกค้าของบริษัทฯ ในอนาคต ภายใต้บริบทของวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการผลิต การค้าและการบริหารคลังสินค้า และตามนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ Thailand 4.0 ของรัฐบาล

การรวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ TFUND, TLOGIS และ TGROWTH เดิมของบริษัทฯ เข้าด้วยกันพร้อมกับแปลงสภาพจากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เป็นกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไทคอน หรือ TICON FREEHOLD AND LEASEHOLD REAL ESTATE INVESTMENT TRUST หรือ TREIT ที่แล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา ทำให้กองทรัสต์ TREIT ใหม่ มีมูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า 32,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นกองทรัสต์อุตสาหกรรม

“บริษัทฯ คาดการณ์ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยปี 2561 และแนวโน้มการขยายตัวด้านการลงทุนทั้งภาคอุตสาหกรรมและการค้าตามบริเวณ ระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) หรือ EEC ประกอบกับทิศทางธุรกิจและการตลาดของผู้บริโภคยุคดิจิทัล จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อน ความต้องการเช่าโรงงานอุตสาหกรรมและคลังสินค้าประเภท Built-to-Suit มากยิ่งขึ้น”

ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยบริษัทและบริษัทย่อย ยังเป็นผู้ถือหน่วยลงทุนในกองทรัสต์นี้ ร้อยละ 22 ถือเป็นอีกส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการสร้างเครื่องมือทางการเงินสำหรับระดมทุนเพื่อการขยายงานในระยะยาว โดยการพัฒนาให้กองทรัสต์ TREIT มีขนาดใหญ่ มีทรัพย์สินที่มีคุณภาพ ให้ผลตอบแทนที่เหมาะสม สามารถดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนทั้งในประเทศและจากต่างประเทศ เพื่อให้บริษัทฯ สามารถขยายทรัพย์สินที่พัฒนาและมีผู้เช่าที่แน่นอนแล้วเข้ากองทรัสต์ และนำเงินที่ได้มาใช้สำหรับการขยายธุรกิจระยะต่อ ๆ ไป และเนื่องจากกองทรัสต์ TREIT สามารถกู้ยืมเงินได้เองถึงร้อยละ 60 ของมูลค่าทรัพย์สินรวม ดังนั้น กองทรัสต์ TREIT จึงมีความยืดหยุ่นในการซื้อทรัพย์สินที่มีคุณภาพทั้งจากภายในและภายนอกกลุ่มไทคอนเข้ากองทรัสต์ได้ด้วย ซึ่งจะส่งผลให้มีโอกาสสามารถสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนในอัตราที่สูงขึ้นได้

สำหรับการดำเนินการในระหว่างปี 2560 บริษัท ฯ ให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรและปรับปรุงระเบียบปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล พร้อมกับปรับโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องกับแผนและขอบข่ายการทำธุรกิจที่จะปรับเปลี่ยนไปในอนาคต เพื่อวางรากฐานให้บริษัทฯ ก้าวไปสู่การเป็นบริษัทชั้นนำในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงงานอุตสาหกรรมและคลังสินค้าในระดับสากลต่อไป ทั้งนี้บริษัทฯ คาดการณ์ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยปี 2561 และแนวโน้มการขยายตัวด้านการลงทุนทั้งภาคอุตสาหกรรมและการค้าตามบริเวณระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) หรือ EEC ประกอบกับทิศทางธุรกิจและการตลาดของผู้บริโภคยุคดิจิทัล จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนความต้องการเช่าโงงานอุตสาหกรรมและคลังสินค้าประเภท Build-to-Suit มากยิ่งขึ้น และบริษัทฯ เชื่อมั่นว่าศักยภาพและความพร้อมในการลงทุนเพื่อขยายงานอย่างต่อเนื่องทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV ของบริษัท ประกอบปัจจัยสนับสนุนจากภายนอกตามที่กล่าวข้างต้น จะทำให้ธุรกิจของบริษัทฯ เติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ในส่วนของการกำกับดูแลกิจการ บริษัทฯ มีคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีทำหน้าที่กำกับดูแลให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เป็นไปอย่างถูกต้องและยุติธรรมต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย โดยในปี 2560 คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีได้ทบทวนและปรับปรุงนโยบาย ตลอดจนกฎบัตรคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีให้มีความทันสมัย เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจปัจจุบันของบริษัทฯ และสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทยของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ซึ่งทางสมาคมฯ ยังได้มีมติให้การรับรองบริษัทฯ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2560 ให้เป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริตอีกด้วย

สุดท้ายนี้ในนามของคณะกรรมการของบริษัทฯ ผมขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้นและพันธมิตรทางธุรกิจทุกท่าน รวมถึงท่านผู้ถือหน่วยลงทุนและกองทรัสต์ของบริษัทฯ ที่ให้การสนับสนุนบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง และขอขอบคุณคระกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ ที่ได้ร่วมมือกันปฏิบัติงานอย่างดีเยี่ยม จนทำให้บริษัทฯ ประสบความสำเร็จอย่างสูงในปี 2560


(นายชายน้อย เผื่อนโกสุม)
ประธานกรรมการ